Sunday, October 30, 2005

คำถาม-ตอบที่ 2

ถาม
ผมเริ่มสนใจพุทธศาสนา เพื่อให้เป็นพุทธศาสนิกมากกว่าในบัตรประชาชน เมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง
(ขณะนี้อายุ 37แล้วครับ) ได้ฟังธรรมะ(MP3)จาก พระอาจารย์ปราโมทย์
รู้สึกว่าคงถูกจริตกับตนเอง แต่ยังมีคำถามที่อยากจะเรียนถามพระอ.
แต่ผมคิดว่าอาจจะเป็นการรบกวนพระอ. จึงเรียนถามทางคณะทำงานเบื้องต้นก่อน ดังนี้ คือ
ขณะนี้เวลาโกรธผมเริ่มสังเกตุว่าผมโกรธ แต่ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ผมรู้ รู้จากการคิดหรือรู้ด้วยจิต
(เพราะว่าในความรู้สึกเหมือนกับเป็นการบอกตนเองว่าโกรธอีกแล้ว) สองสิ่งนี้แตกต่างกันอย่างไรครับ

ตอบ
การสังเกตุเห็นความโกรธได้นั้น เป็นการรู้ด้วยจิตครับ
เพราะจิตทำหน้าที่รู้อารมณ์ แต่เมื่อจิตไปรู้ความโกรธแล้ว
ก็จะมีความจำได้ว่า นั่นเป็นความโกรธ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นธรรมชาติของจิตเอง
แต่ในการภาวนาเราไม่ต้องไปใส่ใจกับชื่อของสิ่งที่จิตไปรู้ก็ได้
แค่รู้ว่ามีความโกรธก็พอแล้วครับ
ตอนนี้ก็หัดรู้ไปเรื่อย ๆ ก่อน แล้วก็คอยสังเกตความรู้สึก
หรืออาการของจิตหลังจากที่รู้ว่ามีความโกรธด้วยนะครับว่า
อาการของจิตหลังจากรู้ว่ามีความโกรธแล้ว จิตมีอาการอย่างไรบ้างเช่น
ไม่พอใจที่มีความโกรธไหม อยากให้ความโกรธหายไหม
ไม่อยากโกรธไหม หรือว่ารู้แล้วก็ยังแสดงท่าทางไปตามความโกรธไหม
หัดสังเกตุไปเรื่อย ๆ สังเกตุแบบแค่ดูนะครับ คือจะเป็นยังไงก็ไม่เป็นไร
ให้เพยงแค่ดูไปเท่านั้น

2 Comments:

At 8:30 PM, Blogger จิตร said...

ขอถามโดยอ้างอิงจากคำตอบของอาจารย์สุรวัฒน์ค่ะ ที่อาจารย์บอกว่าให้สังเกตุอาการของจิตหลังจากรู้ว่าโกรธ ว่าอยากให้หายโกรธมั้ย...
ถามว่า ถ้าเราแฝงหลังจากที่รู้ว่าโกรธด้วย อาการที่อาจเรียกว่าการพิจารณาว่า ถ้าโกรธแล้วพูดไปตอนนี้ อย่างที่เคยทำ จะก่อให้เกิดผลเสีย จึงเลือกที่จะพูดดีออกไป อย่างนี้ถือว่าเป็นการแทรกแซงจิตด้วยความคิด หรือเปล่าคะ
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

 
At 10:04 AM, Blogger ไกลตา said...

กราบเรียนอาจารย์สุรวัฒน์ที่เคารพอย่างสูง
ก่อนอื่นต้องขออนุญาตแนะนำตัวและขออนุญาตผู้จัดทำเว็บบล็อกแห่งนี้สักนิดนะครับ
คือผมเองได้แอบอ่านและศึกษาจากตำราของพระอาจารย์ปราโททย์รวมทั้งข้อเขียนต่าง ๆ ของอาจารย์สุรวัฒน์มาประมาณปีเศษ ๆ และได้ทดลองปฏิบัติตามแบบว่างก็ทำไม่ว่างหรือไม่พร้อมก็ผ่านไปก่อน จึงมีความเข้าใจปนกับความสับสนพอประมาณ อาจเรียกได้ว่ามีความสงสัยและสับสนไม่น้อยหน้าไปกว่าท่านอื่น ๆ แม้ว่าจะเข้าใจตัวเองตามอัตภาพพอควรก็ยังรู้สึกว่าไม่เป็นที่พอใจของตัวเองอยู่ดี และขอถือโอกาสนี้ “สอบทาน” กับอาจารย์และเจ้าของกระทู้ไปในตัวและขอโมทนากับความตั้งใจปฏิบัติของญาติธรรมทุก ๆ ท่านนะครับ และขออนุญาตต่อขอซักถามของคุณ “จิตร” ดังนี้ครับ
"ถามว่า ถ้าเราแฝงหลังจากที่รู้ว่าโกรธด้วย อาการที่อาจเรียกว่าการพิจารณาว่า ถ้าโกรธแล้วพูดไปตอนนี้ อย่างที่เคยทำ จะก่อให้เกิดผลเสีย จึงเลือกที่จะพูดดีออกไป อย่างนี้ถือว่าเป็นการแทรกแซงจิตด้วยความคิด หรือเปล่าคะ"
โดยความคิดเห็นส่วนตัว และอ่อนประสบการณ์ อยากจะร่วมแสดงความคิดเห็น ผิด ถูกประการใด กราบขออภัยและขอคำแนะนำเพิ่มเติมด้วยนะครับ ส่วนตัวของผมเองจะถือว่ามันจะเป็นอะไรก็ช่างมัน เลือกที่จะรู้เพียงอย่างเดียว โดยไม่ตั้งชื่อ ไม่ทักท้วง ไม่สนใจถามไถ่กริยาอาการต่าง ๆ ที่แทรกเข้ามา เพราะเคยผิดพลาดหลายหนจนหลาบจำเกี่ยวกับประเด็นนี้ กล่าวคือถ้าหากผมเพียงแต่รู้อย่างเดียวโดยไม่สนใจนิยามหรือความหมายของกริยาต่าง ๆ จะรู้สึกโล่ง เบา สบาย ทุกครั้ง และหากไปหลงสนใจมันมากไปกว่า “รู้” จะเกิดอาการคล้ายกับหูอื้อ ตาลาย มึน งง เหมือนพลัดหลงไปในวังวนอะไรสักอย่าง ทุกครั้งไปเช่นกัน
จึงขออนุญาตเรียนถามอาจารย์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับทุกท่านด้วยนะครับ สิ่งที่ผมปฏิบัติอยู่เป็นอย่างไรและจะต้องปรับปรุงตรงไหนต่อไป ขอกราบโมทนาและขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ

 

Post a Comment

<< Home