Thursday, May 12, 2005

แค่ดูก็รู้แจ้ง - ตอนที่ ๕

ตอนที่ ๕
หัดดูว่า…เมื่อกี้เผลอไป

จากที่หัดดูว่า…เผลอไปจริงไหม จนเห็นว่าเราเผลอไปจริง ๆ แล้ว
เคยเห็นบ้างไหมว่า จะมีบางครั้งที่เกิดรู้สึกแวบขึ้นมาเองว่า…เมื่อกี้เผลอไป

ยังไม่เคยเห็นเหรอ…ยังไม่เห็นก็ไม่เป็นไร
แต่อย่าอยากเห็นจนถึงกับคอยจ้องดูซะจนอึดอัดก็แล้วกัน
ให้หัดดูไปเรื่อย ๆ สบาย ๆ เดี๋ยวก็เห็นเองแหละ

ได้ยินเสียงใครถามอะไร?
สงสัยอะไรกันเหรอ?
ดูออกไหมว่า เมื่อกี้ที่เราสงสัยอยากถามนั้น เราเผลอไปแล้วนะ

ถามหน่อยเถอะนะว่า
แล้วขณะที่กำลังอ่าน แค่ดูก็รู้แจ้ง อยู่ขณะนี้นะ ดูออกไหมว่า
เราเผลอไปหรือเปล่า?
เผลอไปเหรอ…ดีแล้วหัดดูต่อไป

เสียงใครบอกว่า ไม่เผลอเลยแถมยังเข้าใจดีด้วย…
ใครที่บอกว่า ไม่เผลอเลยแถมยังเข้าใจดีด้วย ขอให้ดูใหม่นะ
เพราะขณะที่กำลังอ่านอยู่นี้ ถ้าไม่เคยฝึกรู้สึกตัวมาก่อน
หรือฝึกยังไม่มากพอ ก็จะอ่านแบบเพลิดเพลินหรือตั้งใจ จนลืมตัวเองไปเลย

การอ่าน การฟัง หรือแม้แต่การครุ่นคิดเรื่องต่าง ๆ
แล้วสามารถจดจำเรื่องราวได้ดี เข้าใจเรื่องราวได้ดี
ไม่ใช่อาการบ่งบอกว่าเรารู้สึกตัวหรือไม่ได้เผลอไปหรอกนะ
เพราะรู้สึกตัวหรือไม่นั้น ไม่ได้เอาความจำความเข้าใจเป็นเกณฑ์ตัดสิน
แต่จะใช้อาการลืมตัวเองหรือไม่เป็นเกณฑ์ตัดสิน
ถ้าลืมตัวเองก็คือเผลอไปหรือไม่รู้สึกตัว

ใครที่ดูออกแล้วว่า เมื่อกี้เผลอไป
ก็ให้หัดดูต่อไปอีกว่า ในแวบที่เกิดรู้สึกขึ้นว่าเมื่อกี้เผลอไปนั้น
จิตใจเรามีอาการเป็นอย่างไรบ้าง
แต่เตือนไว้ก่อนนะว่า ให้หัดดูแบบ แค่ดู เท่านั้น อย่าเพ่งจ้องเป็นอันขาด
ถ้ายังดูไม่ออกก็ไม่ต้องเร่งดูให้ออก ดูไม่ออกก็แค่ดูว่าเมื่อกี้เผลอไปเรื่อย ๆ ก่อน
แล้วจะเห็นเองว่า ในแวบที่เกิดรู้สึกว่าเมื่อกี้เผลอไปนั้น จิตใจเราเป็นอย่างไร

เห็นแล้วใช่ไหมว่า…ในแวบที่เกิดรู้สึกขึ้นว่าเมื่อกี้เผลอไปนั้น
ก็คือแวบเดียวกับที่เราหายเผลอ หรือเกิดรู้สึกตัวขึ้นนั่นเอง
จะรู้สึกเหมือนจิตใจตื่นขึ้น เบิกบานขึ้น เบาสบายขึ้น
(หายอึดอัด หายเคร่งเครียด คิดอะไรอยู่ก็หยุดคิด)
แล้วก็จะรับรู้สิ่งต่าง ๆ ได้แบบสักแต่ว่ารู้
มีความเป็นกลาง ๆ คือไม่มีความพอใจ และไม่มีความไม่พอใจ
อาการแบบนี้แหละที่เป็นอาการบ่งบอกถึง ความรู้สึกตัว
ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ในการดูกาย ดูจิต คือเมื่อใดที่มีความรู้สึกตัว
เมื่อนั้นการดูกาย ดูจิต ก็จะเป็นเพียง แค่ดู เมื่อแค่ดูได้ก็จะรู้แจ้งได้

นั่น ๆ …อย่าทำแบบนั้น อย่าพยายามทำไม่ให้เผลอไปเชียวนะ
ทำยังไงก็ทำไม่ได้หรอก เพราะการเผลอไปเป็นเรื่องปกติที่ต้องเกิดขึ้นกับทุกคน
การที่เราไปบังคับหรือพยายามทำให้ไม่เผลอนั้น ก็คือเผลอไปเหมือนกัน
เพราะเมื่อไหร่ที่เราพยายามทำเพื่อไม่ให้เผลอ เราก็จะลืมตัวเอง
แล้วไปจงใจสร้างหรือทำความรู้สึกบางอย่างขึ้นมา
ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกสร้างถูกทำขึ้นมานั้น
จะไม่ใช่ความรู้สึกตัวที่แท้จริง และจะใช้ในการดูเพื่อให้รู้แจ้งไม่ได้
สังเกตดูซิ เวลาที่เราพยายามทำไม่ให้เผลอนั้น
จิตใจเราจะไม่เบาสบายหรอก มันจะมีความอึดอัด
หรือเป็นกลุ่มก้อนจุกแน่นขึ้นไม่มากก็น้อย
บางคนอาจถึงกับจุกแน่นที่ร่างกายเลยทีเดียว
การพยายามไม่เผลอนั้น เป็นการทำ…ไม่ใช่แค่ดูแล้ว
อย่าลืมซิว่า ดู…ไม่ใช่ทำ มันจะเผลอก็ต้องเผลอไป
เราแค่ดูจนรู้สึกได้ว่า เมื่อกี้เผลอไป เท่านั้น

0 Comments:

Post a Comment

<< Home